วันนี้ผมขอหยิบยกประเด็นสุขภาพที่ใกล้ตัวผู้ชายหลายคน แต่บางครั้งก็เขินที่จะพูดถึง หรือหลายคนอาจจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอาการที่เป็นอยู่คือ
“ความผิดปกติ” ที่ควรรักษา นั่นคือเรื่องของ “ภาวะหนังหุ้มปลายตีบ” (Phimosis) ครับ
ปัญหานี้หากปล่อยไว้อาจส่งผลเสียต่อทั้งสุขอนามัยและความมั่นใจในระยะยาวได้
หนังหุ้มปลายตีบ (Phimosis) คืออะไร
ทางการแพทย์เราเรียกภาวะนี้ว่า Phimosis ครับ คือภาวะที่หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายไม่สามารถรูดเปิดให้สุดจนเห็นหัวองคชาตได้
หรือรูดได้ยากจนเกิดความเจ็บปวด ซึ่งอาการนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำความสะอาดประจำวัน และการมีเพศสัมพันธ์ครับ
ภาวะหนังหุ้มปลายตีบ แบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ
1. ตีบโดยธรรมชาติ (Physiological Phimosis)
มักพบในเด็กแรกเกิด – เด็กเล็ก: หนังหุ้มปลายที่ยังติดกับส่วนหัวถือเป็นเรื่องปกติในวัยนี้ครับ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรพยายามไปกระชากหรือรูดเปิดแรงๆ เด็ดขาด
วิธีแก้ไข: เมื่อเด็กโตขึ้น หนังส่วนนี้จะค่อยๆ แยกตัวออกและรูดได้เองตามธรรมชาติครับ หากไม่มีอาการอักเสบ แดง หรือปัสสาวะลำบาก ก็ยังไม่ต้องกังวลใจไปครับ
2. ตีบภายหลัง (Pathological Phimosis)
ลักษณะนี้คือส่วนที่ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะ (Urologist) มักพบเจอในคนไข้วัยผู้ใหญ่ครับ ซึ่งมีสาเหตุสำคัญ 5 ประการ ดังนี้
การติดเชื้อและการอักเสบ (Infection & Inflammation): การอักเสบของส่วนหัวอวัยวะเพศและหนังหุ้มปลาย อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
หรือเชื้อรา หากปล่อยให้มีการอักเสบเรื้อรังหรือเป็นซ้ำบ่อยๆ จะทำให้เนื้อเยื่อกลายเป็นพังผืด สูญเสียความยืดหยุ่นจนรูเปิดแคบลงโรคทางผิวหนัง (Skin Conditions): เช่น โรค BXO (Balanitis Xerotica Obliterans) คือภาวะที่ผิวหนังบริเวณปลายอวัยวะเพศเกิดการอักเสบเรื้อรั
งจนกลายเป็นสีขาว แข็ง และหนาตัวขึ้น (พังผืดสีขาว) ซึ่งจะค่อยๆ รัดตัวจนรูเปิดตีบสนิทปัญหาสุขภาพและโรคประจำตัว: โดยเฉพาะ โรคเบาหวาน (Diabetes) ผู้ป่วยที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี มักมีน้ำตาลปนออกมาในปัสสาวะ
ซึ่งเป็นอาหารชั้นดีของเชื้อรา ทำให้เกิดการติดเชื้อและอักเสบที่หนังหุ้มปลายได้ง่าย นำไปสู่ภาวะหนังหุ้มปลายตีบในที่สุดสุขอนามัยที่ไม่เหมาะสม (Poor Hygiene): การละเลยการทำความสะอาดบริเวณใต้หนังหุ้มปลาย (เพราะรูดลงยาก)
ทำให้เกิดการสะสมของคราบขี้เปียก (Smegma) ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย ก่อให้เกิดความระคายเคืองและอักเสบเรื้อรังการบาดเจ็บ (Trauma): การพยายามฝืนรูดเปิดหนังหุ้มปลายแรงเกินไปจนเกิดแผลฉีกขาดขนาดเล็ก (Micro-trauma)
เมื่อแผลหายจะกลายเป็นเนื้อเยื่อพังผืดที่แข็งกว่าเดิม ทำให้รูเปิดยิ่งแคบลงเรื่อยๆ
4 สัญญาณเตือน! ที่ควรรีบมาพบหมอยูโรฯ
หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางครับ:
รูดทำความสะอาดไม่ได้: จนเกิดการสะสมของคราบขี้เปียก (Smegma) และส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์
เจ็บขณะแข็งตัว หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์: ทำให้ความมั่นใจและสมรรถภาพทางเพศลดลง
ปัสสาวะลำบาก: หนังหุ้มปลายโป่งพองเวลาปัสสาวะ หรือปัสสาวะออกมาเป็นลำเล็กผิดปกติ
มีอาการติดเชื้อ: อวัยวะเพศมีอาการอักเสบ บวม แดง หรือมีหนองไหลออกมา
แนวทางการรักษาที่ได้ผลดีที่สุด หากคุณพบว่ามีอาการหนังหุ้มปลายตีบ รูดเปิดไม่ได้ หรือมีอาการเจ็บปวดทุกครั้งที่พยายามทำความสะอาด
การรักษาด้วยยาอาจช่วยได้แค่ชั่วคราว ทางออกที่แก้ปัญหาได้อย่างเด็ดขาดและตรงจุดที่สุดคือ การขลิบหนังหุ้มปลาย (Circumcision) ครับ


